เฮกันลั่น! ได้ใช้เงินเพิ่ม ครม. เปิดรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่ม

19 สิงหาคม 2563 ที่ประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ(ศบศ.) โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม

โดยที่ประชุมเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการ ศบศ. มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำข้อเสนอและกรอบแนวทางมาตรการเศรษฐกิจ แบ่งเป็น 2 ระยะ ประกอบด้วย

1. ระยะเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ
2. ระยะปานกลางและระยะยาว เพื่อยกระดับศักยภาพและวางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตสิ้นสุดลง

รวมถึงเห็นชอบกรอบข้อเสนอมาตรการเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน โดยการส่งเสริมการจ้างงานโดยเฉพาะผู้จบการศึกษาใหม่ ควบคู่กับการรักษาการจ้างงานภายในประเทศ การสนับสนุนภาคเศรษฐกิจจริง ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ ให้สามารถฟื้นตัวเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือนและผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย และการรักษาเสถียรภาพทางการเงินเพื่อไม่ให้เกิดความผันผวน และบรรเทาความเสียหายที่อาจจะนำไปสู่ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ

ทั้งนี้ ได้ให้ความสำคัญต่อข้อเสนอมาตรการในระยะเร่งด่วนที่สำคัญ 4 มาตรการ ดังนี้

1. มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว เราเที่ยวไปด้วยกัน อาทิ ขยายสิทธิ์การจองพัก จาก 5 คืน เป็น 10 คืน หรือเพิ่มค่าท่องเที่ยวจาก 1,000 เป็น 2,000 บาท การวางแนวทางมาตรการนำร่องเพื่อเปิดรับท่องเที่ยวเฉพาะพื้นที่ (ภูเก็ตโมเดล) อย่างรอบคอบและรัดกุม

2. มาตรการสนับสนุนภาคธุรกิจและ SMEs

3. มาตรการส่งเสริมการจ้างงาน อาทิ การส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้ที่จบใหม่โดยภาครัฐและภาคเอกชน การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานทั้งแรงงานในและนอกระบบ และการอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาสำหรับผู้มีรายได้น้อย

4. มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย ได้แก่ อาทิ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่มเติมระยะใหม่ และมาตรการเปิดรับผู้ใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม

โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียดมาตรการตามกรอบข้อเสนอมาตรการเศรษฐกิจ รวมทั้งการขอต่ออายุ และ/หรือข้อเสนอเพิ่มเติมของมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพต่าง ๆ ให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจตามเหมาะสมและความจำเป็น โดยต้องเสนอในที่ประชุม ศบศ. ทุก 2 สัปดาห์ หรือหากประเด็นใดแล้วเสร็จ จะนำเสนอ ครม. ทันที

อ่านเนื้อหาต่อ คลิก